ทะเลแปร

posted on 12 Mar 2013 18:17 by ciawush
 
 

ทะเลแปร - ว.วินิจฉัยกุล

 

วันนี้ทะเลเกือบไม่มีสีเสียเลยด้วย มันเอาสีมรกตแกมฟ้าใสไปทิ้งไว้ที่ไหนเสียแล้ว

หล่อนพยายามนึกถึงวันที่น้ำทะเลเป็นสีเข้มเหมือนมรกตแกมฟ้า

ยอดคลื่นขาวพราวตาไล่ทยอยกัยอยู่ใต้ท้องฟ้าสีน้ำเงินสว่าง เมฆขาวลอยเป็นปุยฟูฟ่องอยู่เหนือศีรษะ

หล่อนพยายามนึก...นึกถึงทะเลเมื่อมันยังเป็นทะเลสวย เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา

ทะเลที่ยังไม่แปรสีอย่างทะเลวันนี้


                เรื่องราวของทัตติยา หญิงสาวผู้ถูกเลี้ยงดูอย่างไข่ในหิน ตกหลุมรักจ้า จารณ แสงวาริณ หนุ่มเพลย์บอยรูปหล่อลูกชายเพื่อนของแม่ ทั้งคู่ตกลงปลงใจแต่งงานกันหลังจากคบหากันได้ไม่นาน ฝ่ายคุณจ้านั้นต้องการภรรยาแสนดีให้แม่ไม่มายุ่งวุ่นวายเรื่องคู่ของเขาอีก แม้จะแต่งงานไปแต่ก็ยังคงนิสัยเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จนทัตติยาทนไม่ไหวต้องขอหย่าเพื่อไปใช้ชีวิตใหม่ มาพบนนที หัวหน้าหนุ่มบริษัทที่เธอเข้าไปทำงาน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามอ่านกันนะคะ

 

                ตอนแรกเลยจะหยิบอีกเล่มมาคือเบญจรงค์ห้าสี เพราะคุ้น ๆ เหมือนเคยดูหรือเคยได้ยินชื่อตอนเด็ก ๆ นี่แหละ แล้วบังเอิญมาเห็นเล่มนี้ซะก่อนก็เลยหยิบมาทันที เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องกัลปังหา (เอ้า!เอาเข้าไป)  อ่านระหว่างกลับบ้าน กรุงเทพฯถึงเมืองกาญจน์ครึ่งเล่ม แล้วมานั่งอ่านนอนอ่านต่อที่บ้านจนจบ พบว่า

                - แม้จะเป็นเรื่องที่หนักและไม่ตลก เครียดกันทั้งเรื่อง แต่ก็อ่านสนุก ลื่นไหล อยากรู้ความเป็นไปของตัวละคร

                - ระดับคุณว.วินิจฉัยกุลไม่ต้องพูดถึงเรื่องสำนวนภาษา

                - ตอนท้ายเรื่องบทสนทนาที่คุณจ้าคุยกับหลวงพ่อ คุณจ้าถามว่า “พระในวัดนี้มีอยู่กี่องค์” -- แสดงให้เห็นว่าคุณจ้าเป็นนักธุรกิจ หนุ่มเพลย์บอยจบนอกแท้ ๆ ที่ไม่เคยสนใจเรื่องพระเรื่องเจ้า เป็นบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ เพราะหลวงพ่อก็ไม่ได้แก้ว่า ต้องเรียกว่ารูปนะโยม ลองคิดดูว่าถ้าคุณจ้าเรียกว่ามีพระกี่รูปคงดูแปลก และไม่คล่องปาก จึงชอบจุดนี้มาก

                - คุณปู่ของคุณจ้าด่าคุณจ้าว่า “กินบ่อนนอนซ่อง” ครบมาก และเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ไม่เคยได้ยินสำนวนนี้มาก่อน

                - ชอบตอนจบมาก  

 
 
ลองค้นดูพบว่าเป็นละครโทรทัศน์ตอนปี 2540